fbpx

10 เทคนิคการดูแลน้องเหมียว ที่ทาสต้องรู้

เมื่อเราเลือกที่จะเป็นทาส มีน้องเหมียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแล้ว การดูแลชีวิตน้องให้อยู่ดีกินดีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเช่นกัน การเลี้ยง แมว ไม่ได้ยุ่งยากเกินความสามารถคุณเลยค่ะ เพื่อให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น เราได้รวบรวมเทคนิคการดูแลน้องเหมียวมาไว้ให้คุณแล้วค่ะ

เราเชื่อว่ามีผู้เลี้ยงหลายคนรับแมวมาเลี้ยง เพราะความรัก ความชอบส่วนตัว โดยที่ยังไม่รู้ถึงวิธีหรือขั้นตอนการดูแลอย่างแท้จริง เพื่อให้คุณและเขาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขมากขึ้น เราได้นำเทคนิคการดูเจ้าเหมียวมาฝากทาสทุกคน บอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด !

  1. อาหารดี ชีวิตก็ดี
    อาหารนับเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเหมียวเลยนะคะ ฉะนั้น การเลือกสรรอาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย หรือสูตรพิเศษของสายพันธุ์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ร่างกายของเขาเกิดพัฒนาการได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันตามท้องตลาดมีอาหารสำเร็จรูปวางขายนับไม่ถ้วนคำแนะนำการเลือกซื้อของเราง่ายๆ คือ อ่านฉลากข้างถุงให้เป็น และดูว่าอาหารสูตรดังกล่าวเหมาะสำหรับช่วงวัยใด สายพันธุ์ไหน ส่วนเรื่องรสชาตินั้นเจ้าเหมียวต้องเป็นฝ่ายตัดสินค่ะหากบ้านของคุณมีเจ้าตูบอยู่ด้วย ก็ไม่ควรเลี้ยงแมวด้วยอาหารสุนัขเพื่อเป็นการประหยัดนะคะ เพราะคุณค่าทางโภชนาการที่พวกเขาต้องการนั้นแตกต่างกัน ซึ่งในอาหารของเจ้าตูบมีสารอาหารบางประเภทที่มากหรือน้อยเกินกว่าที่แมวต้องการ อาจส่งผลต่อการพัฒนาร่างกายและสมองได้ค่ะ
  2. หาสัตวแพทย์ที่ไว้ใจ
    แมวเด็กย่อมต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์มากกว่าแมวโต เพราะจำเป็นต้องรับการฉีดวัคซีน และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การมองหาสัตวแพทย์ประจำตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องรอให้มีปัญหาสุขภาพก่อน แล้วค่อยพาไปคลินิกนะคะ เราสามารถนำเขาไปฝากไข้ไว้ก่อนได้เลยปัจจัยในการคัดเลือกสัตวแพทย์ประจำตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ บางท่านอาจไม่หวั่นหากต้องเดินทางไกล เพื่อพบสัตวแพทย์ที่ศึกษามาเฉพาะทาง บางท่านอาจเน้นที่ความสะดวกสบาย ใกล้บ้านเป็นหลัก ฯลฯ คำแนะนำของเราก็คือ เลือกให้ตรงใจที่สุดก็พอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการ หรือวินิจฉัยโรคได้แม่นยำนอกจากนี้ควรหาโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมงใกล้บ้านไว้ด้วยก็ดีนะคะ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินยามดึกจะได้นำไปรักษาได้อย่างทันท่วงที
  3. สุขภาพขนดีคือ ที่ 1
    จริงอยู่ว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเขาสามารถเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเองได้ตั้งแต่ยังเล็ก แต่คุณก็ช่วยเหลือเขาในการทำความสะอาดได้เช่นเดียวกัน เพียงหมั่นหวีขนให้เขาบ่อยๆ เพื่อกำจัดขนเก่าให้หลุดร่วงออกไป นอกจากจะช่วยเพิ่มสุขอนามัยให้เขาแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย
  4. ป้ายชื่อก็เหมือนบัตรประชาชน
    ว่ากันว่าแมวมีความเป็นตัวของตัวเองสูงกว่าน้องหมา บางตัวสามารถออกไปเที่ยวนอกบ้านได้เป็นวันๆ และจะกลับมาเฉพาะตอนที่หิวข้าว หากแมวที่เพื่อนๆ เลี้ยงอยู่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอยู่ไม่ติดบ้าน คุณจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าเขาจะปลอดภัยเมื่ออยู่ภายนอกคำแนะนำของเราคือ ใส่ปลอกคอและป้ายชื่อค่ะ ใส่ให้เขาตั้งแต่ยังเด็กเพื่อให้เขาเกิดความเคยชินกับ หรือหากเขาออกไปเที่ยวนอกบ้าน คนอื่นจะได้รับรู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนลงในป้ายชื่อด้วยนะคะ เช่น ชื่อเจ้าของ เบอร์ติดต่อ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินผู้พบเห็นจะได้ตามเจ้าของถูกนอกเหนือการคล้องป้ายและปลอกคอแล้ว วิธีการเพิ่มความปลอดภัยอีกอย่างหนึ่งคือ พาเขาไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เขาเป็นหูเป็นตาเวลาแมวของคุณออกไปป่วนนอกบ้าน จะได้ช่วยกันจับไว้ไม่ให้เที่ยวไกลบ้าน
  5. สั่งสอนได้ แต่อย่าตี
    ถ้าคุณสามารถเลี้ยงแมวได้ การฝึกเขาให้อยู่ในระบบระเบียบก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ ด้วยพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว ขอแค่คุณเอาใจใส่เขาอย่างจริงจังก็เพียงพอแล้วการฝึกที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตแมวบ้านก็คือ การฝึกขับถ่ายในกระบะทราย หมั่นฝึกฝนเขาตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อสร้างการจดจำ และนำไปสู่พฤติกรรมอันเป็นนิสัย เคล็ดลับที่เราอยากแนะนำ คือ วางกระบะทรายไว้ในมุมที่เหมาะสำหรับปลดทุกข์ เช่น จุดที่ไม่มีคนเดินพลุกพล่าน จุดที่เขาเดินถึงได้ง่าย ฯลฯ เพื่อให้เขามีความเป็นส่วนตัวขณะขับถ่ายเมื่อหามุมที่เหมาะสมได้แล้ว หมั่นจับเขานั่งในกระบะทราย ทำซ้ำๆ จนก้าวขาเข้ากระบะทรายเพื่อทำธุระได้เอง เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ถ้าเขาขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง ควรลงโทษเขาด้วยการแตะตัวเบาๆ อย่างรวดเร็ว พร้อมทำเสียง ฮึม! เพียงครั้งเดียว เขาจะตกใจ และรู้ว่านี่คือ ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรทำอีก ที่สำคัญห้ามตีเขาแรงๆ นะคะ เพราะจะทำให้ความเชื่อใจที่เขามีให้กับคุณหมดลง หัวใจสลายนั่นเอง
  6. เกิดเป็นแมวต้องฝนเล็บ
    คุณอยากให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามในบ้านของคุณ มีรอยขีดข่วนที่แสดงถึงงานศิลปะชั้นยอดจากฝีมือเจ้าเหมียวหรือเปล่าคะ? ถ้าคำตอบคือ ไม่ ทาสทั้งหลายควรหาซื้ออุปกรณ์ฝนเล็บให้เขาด่วน ! เพื่อให้ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านปราศจากรอยเล็บของเจ้าเหมียวการเลือกซื้อที่ฝนเล็บสักชิ้นไม่มีอะไรยุ่งยากค่ะ คุณสมบัติ และประโยชน์ในการใช้สอยแปรผันตามขนาดและราคา บางชิ้นคุณสามารถนำไปตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นประดับบ้านได้เลยนะ โดยที่เจ้าเหมียวสามารถนอนพัก หรือฝนเล็บได้ เรียกได้ว่าคุณสมบัติครบในชิ้นเดียวจริงๆ ค่ะ
  7. แมวก็ต้องการออกกำลังกายเหมือนกัน
    สัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าเหมียวก็ต้องออกกำลังกายเหมือนกับมนุษย์เช่นกันนะคะ หากเขาได้ยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ถามหา ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ระบบขับถ่ายบกพร่อง ฯลฯ ทั้งยังช่วยส่งเสริมความเป็นมิตร และปรับสภาพอารมณ์ให้เขาสดใส ร่าเริง ตลอดเวลาอีกต่างหากในเมื่อการออกกำลังกายมีผลดีมากมายขนาดนี้ คุณต้องส่งเสริมกิจกรรมให้เขาจนถึงที่สุดนะคะ เพียงจัดหาพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย และซื้อของเล่นที่ทำให้เขาเคลื่อนไหวร่างกายมาเตรียมไว้ เพียงเท่านี้อาณาจักรสุขภาพก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ภายในบ้านแล้วค่ะ
  8. เตรียมตัวให้พร้อมเสมอ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
    เพราะเราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นกับเขาเมื่อไร การเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย อย่าลืมมองหาคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน ลองติดต่อสอบถามสัตวแพทย์ว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถนำมารักษาได้หรือไม่ ถ้าเป็นสถานพยาบาลที่เปิด 24 ชั่วโมง ก็จะดีมากค่ะ เวลาฉุกละหุกจะได้ไม่ต้องวุ่นวาย
  9. ดูแลเขาให้ถูกวิธี
    การป้องกันไว้ก่อนดีกว่าต้องมารักษาเมื่อยามเจ็บป่วยไปแล้ว ฉะนั้น เมื่อรับเจ้าเหมียวตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด อย่าลืมพาเขาไปรับวัคซีนให้ครบตามกำหนด อายุเดือนครึ่งก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้วค่ะ ควรไปตามนัดของสัตวแพทย์ ห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะวัคซีนแต่ละชนิดช่วยป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หัด โรคหวัดแมว มะเร็งเม็ดเลือดขาว รวมถึงการขับถ่ายพยาธิ หากมาตามรักษาทีหลังจะลำบากได้ ทั้งเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายสูง หรือถ้าเขาต้านโรคร้ายไม่ไหวก็อาจเสียชีวิตในที่สุด นอกจากการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคแล้ว อย่าลืมเรื่องการดูแลทำความสะอาดหู ตา จมูก และส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เขาด้วย
  10. ทำหมันดีไหม
    ข้อสุดท้ายที่เราอยากฝากก็คือ การทำหมัน หากคุณไม่อยากให้เขามีลูกมีหลาน หรือเลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ละก็ ตัดสินใจทำหมันไปเลยเมื่ออายุครบเกณฑ์ ซึ่งการทำหมันจะช่วยลดปัญหาพฤติกรรมฉี่เพื่อสร้างอาณาเขตของแมวหนุ่ม รวมทั้งช่วยให้เขาไม่ต้องออกไปเสาะหาคู่ครองนอกบ้าน อันเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆสำหรับแมวสาว การทำหมันจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และลดพฤติกรรมก้าวร้าวในช่วงฤดูผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจว่าจะทำหมันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเจ้าของนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเทคนิคการดูแล แมว เหมียวที่เรานำมาฝากในวันนี้ ขั้นตอนการดูแลอาจจะดูเยอะไปสักนิด แต่เมื่อนำพวกเขามาเลี้ยงแล้วก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ หากเพื่อนๆ ให้ความรักกับเขาอย่างเต็มเปี่ยม เชื่อว่าเขาก็ต้องให้ความรักกลับคืนมาเต็ม 100% อย่างแน่นอนค่ะ

Comment

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Share

โพสที่เกี่ยวข้อง