fbpx

17 เรื่องที่ทาสต้องรู้! เกี่ยวกับโภชนาการและอาหารของแมวเหมียว

ใครเลี้ยงแมวก็อดไม่ได้ที่จะทั้งรักและเทิดทูน ก็มันอดไม่ได้จริงๆด้วยความมีเสน่ห์ของแมวเหมียวที่ทั้งตากลมๆ ขนและตัวนิ่มๆ กับนิสัยที่บางทีก็อ้อนบางทีก็เมินที่ทำให้เราแทบละลายเวลาที่อยากจะอ้อนขึ้นมา เพื่อให้น้องแมวของเราสุขภาพแข็งแรง เรามาทวนความรู้ที่คนเลี้ยงแมว หรือทาสแมวที่ดีควรจะรู้กันดีกว่าค่ะ

1.ทาสแมวโปรดทราบว่าน้องแมวแต่ละวัยควรมีโภชนาการที่ต่างกัน ไม่ใช่กินเหมือนกันตลอดชีวิต

แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงอาหารการกินของน้อง เราควรรู้เบสิคซะก่อนว่า น้องเหมียวควรทานอาหารต่างๆกันไปแล้วแต่ระยะการเจริญเติบโตและการพัฒนาการ

การเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกแมวจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ค่ะ
– 4 เดือนแรก เป็นช่วงที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงและระบบทางเดินอาหารมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงของการเปลี่ยนอาหารมาเป็นอาหารเม็ด เริ่มสูญเสียความสามารถในการย่อยน้ำตาลแลกโตสจนไม่สามารถย่อยได้
– 4 ถึง 12 เดือน อัตราการเจริญเติบโตจะช้าลง น้องแมวจะโตเต็มวัยเมื่ออายุ 12 เดือน และเมื่อแมวโตเต็มที่มักจะมีน้ำหนักตัว 40-50 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด

สุขภาพและการเจริญเติบโตของน้องแมว ในแต่ละช่วงวัยนั้นต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน การให้อาหารที่ถูกต้องจึงแบ่งออกเป็น 4 ช่วงวัย ได้แก่ ลูกแมว , แมวโต , แมวแก่ และแมวที่กำลังตั้งท้อง มาดูข้อควรรู้ต่อๆไปกันค่ะ

2. อาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกแมว ลูกแมวควรกินน้อยๆแต่บ่อยๆ

การให้อาหารสำหรับลูกแมว ควรเริ่มให้เมื่อลูกแมวอายุครบ 2 เดือน ซึ่งจะเป็นช่วงที่ลูกแมวหย่านมแม่ การให้อาหารควรเริ่มในปริมาณน้อยๆ วันละ 3 มื้อ อาหารของลูกแมวหากเป็นอาหารแห้งต้องมีภาชนะใส่น้ำวางไว้ใกล้ๆ หรืออาจนำอาหารเม็ดคลุกผสมกับน้ำซุปเพื่อให้อาหารเม็ดนิ่มขึ้น เมื่อลูกแมวคุ้นเคยแล้วหรือเริ่มชินให้ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว

3. อาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวโต แมวโตกินเพียง 2 มื้อก็พอแล้ว

อาหารสำหรับแมวโต เมื่อน้องแมวเริ่มโตเต็มวัยต้องค่อยๆลดอาหารลง จนเหลือเพียง 2 มื้อ คือมื้อเช้าและมื้อเย็น อาหารสำหรับแมวโต อาจให้เป็นอาหารเม็ด อาหารเปียกหรืออาหารกระป๋อง ข้อควรระวังสำหรับการให้อาหารแมวก็คือไม่ควรเป็นอาหารซ้ำๆที่มีรสเค็ม และควรปรับเปลี่ยนอาหารให้แมวเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้ครบถ้วน

4 อาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวแก่ แมวแก่ควรกินให้น้อยลง

อาหารสำหรับแมวแก่ แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่อายุยืนมากกว่า 10 ปี โดยทั่วไปช่วงอายุของน้องแมวเฉลี่ย 10-15 ปี อาหารสำหรับแมวแก่ต้องย่อยง่าย ให้กินในปริมาณน้อย เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น น้องแมวช่วงอายุวัยนี้ต้องการพลังงานน้อยร่างกายไม่ต้องการอาหารมากนัก อาหารที่ดีควรให้เป็นอาหารเม็ดและอาหารเปียกสลับกันไป เพราะอาหารแต่ละประเภทมีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกัน เช่น การให้น้องแมวแก่กินอาหารเม็ดนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว อาหารเม็ดยังเป็นการขัดฟันให้ไปในตัวอีกด้วย

5 อาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวกำลังตั้งท้อง แม่แมวควรกินอาหารโปรตีนสูง

อาหารสำหรับแมวที่กำลังตั้งท้อง อาหารสำหรับแมวท้องมีความสำคัญมากเช่นเดียวกันกับอาหารของน้องแมวช่วงวัยอื่นๆ เพราะอาหารที่ใช้เลี้ยงแมวท้องต้องมีโปรตีนสูง มีไขมันไม่มากและที่สำคัญอย่าให้อาหารบำรุงในช่วงตั้งท้องจนทำให้แมวอ้วน เพราะจะทำให้น้องแมวนั้นคลอดลูกยาก

ประโยชน์จากสารอาหารต่างๆสำหรับน้องแมว

6 ปรับคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะกับระดับกิจกรรมของน้องแมว

คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำตาล แป้งและข้าว เป็นสารอาหารที่สำคัญในการเจริญเติบโต และการผลิตน้ำนม ความต้องการพลังงานของน้องแมวขึ้นอยู่กับวัยและกิจกรรมของน้องแมวในแต่ละวัน น้องแมวเล็กๆที่มีการเคลื่อนไหววิ่งเล่นอยู่ตลอดเวลานั้น ต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมากกว่าแมวที่มีอายุมากๆ เช่นเดียวกับน้องแมวที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์และต้องเลี้ยงลูกแมวก็ต้องการพลังงานมากกว่าตัวอื่นๆ

7 แมวก็เหมือนคนที่ต้องการโปรตีน

โปรตีน สารอาหารชนิดนี้จะมีอยู่ในเนื้อปลา โปรตีนมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้ขนงอกงาม ช่วยในการสร้างแอนติบอดีสำหรับป้องกันเชื้อโรคของน้องแมว เจ้านายของคุณต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้โปรตีนยังเป็นแหล่งของกรดอะมิโนซึ่งจะช่วยให้น้องแมวมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ในร่างกายของแมวนั้นมีโปรตีนหลากหลายนับพันชนิด และแต่ละชนิดก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป

8 แมวไม่ควรกิน Low-fat ตลอดนะ ไขมันก็จำเป็น

ไขมัน กรดไขมันมีความสำคัญต่อโภชนาการและการเจริญเติบโตของแมว แมวที่ขาดกรดไขมันจะทำให้ผิวหนังแห้ง กรดไขมันยังช่วยในการลำเลียงวิตามัน เอ ดี อี เค ในร่างกายเช่นกัน อาหารแมวที่อุดมไปด้วยไขมันสัตว์และน้ำมันพืชนั้นเป็นแหล่งไขมันและกรดไขมันขั้นเลิศ นอกจากนี้ไขมันยังให้พลังงานเพื่อการเจริญเติบโตตลอดจนการต่อสู้ต่อความเครียด ความหนาว และถ้าขาดมากเกินไปอาจจะทำให้ตายได้

9 วิตามินต่างๆก็สำคัญ

วิตามิน วิตามินเป็นสารอาหารที่มีอยู่หลายชนิด เช่น วิตามินอี มีความจำเป็นสำหรับการสืบพันธุ์ ช่วยให้ร่างกายของน้องแมวเจริญเติบโตและช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ วิตามินซี ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังและขนวิตามินเอ ช่วยต้านทานโรค ซึ่งอาหารแต่ละชนิดจะให้วิตามินที่มากน้อยแตกต่างกัน

10 แร่ธาตุต่างๆ จำเป็นต่อกระดูกของแมว

แร่ธาตุ อาหารแต่ละอย่างให้แร่ธาตุแต่ละชนิดแตกต่างกัน แร่ธาตุที่สำคัญสำหรับน้องแมวก็คือ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งแร่ธาตุสองชนิดนี้จะช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรง น้องแมวที่ขาดแร่ธาตุจะเป็นโรคกระดูกอ่อนโค้งงอ

ทั้งนี้ ความต้องการอาหารของน้องแมวนั้นก็ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพร่างกาย การดำรงชีวิตและสายพันธุ์ นมวัวไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกแมว ลูกแมวจะกินอาหารมื้อละน้อยๆ แต่กินวันละหลายมื้อและไม่ควรให้อาหารน้องเหมือนที่เรารับประทานกัน เนื่องจากอาหารของคนไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอกับความต้องการของน้องแมว นอกจากนี้อาหารบางชนิดยังเป็นอันตรายต่อน้องแมวของด้วย

เมื่อรู้จักสิ่งที่น้องแมวควรกินแล้ว มารู้จักอาหารที่เป็นสิ่งต้องห้ามกันค่ะ

11 แมวกินทูน่าอาจจะขาดสารอาหารได้

ทูน่ากระป๋อง ขึ้นชื่อว่าเป็นทูน่ากลิ่นก็หอมหวนชวนน้องแมวมาอ้อนแล้ว แต่หลายๆคนไม่รู้ว่าสารอาหารในทูน่ากระป๋องสำหรับคนรับประทานนั้น ร่างกายของน้องแมวไม่สามารถดูดซับไปใช้ได้!! หากให้กินเป็นประจำจะทำให้ร่างกายของน้องแมวไม่เจริญเติบโต และน้องจะขาดสารอาหารซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพของเจ้าเหมียวแน่นอน

12 ไม่ควรเอานมวัวให้แมวกิน

นมหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัว หลายคนเห็นลูกแมวถูกทิ้ง สงสารและอยากช่วยเหลือ แต่รู้หรือไม่นมทั่วไปที่คนเรารับประทานนั้นไม่เหมาะที่จะให้น้องแมวกิน นมทั่วไปจะทำให้น้อแมวท้องเสียได้ เพราะน้องแมวไม่มีเอนไซม์ที่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวได้ น้ำนมที่ให้ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเท่านั้น แต่ในบางกรณี นมแพะก็สามารถช่วยได้ ในนมแพะจะมีแลคโตสน้อยกว่านมวัว ซึ่งน้องแมวทานได้

13 ผักบางชนิดแมวก็ไม่ควรกิน

ผักบางชนิด จริงอยู่ที่น้องแมวบางตัวชอบผักผลไม้ แต่ก็มีผักบางชนิดที่เราไม่ควรให้น้องแมวกิน คือ หัวหอม เพราะเมื่อน้องกินเข้าไปหัวหอมจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งส่งผลให้น้องแมวมีสภาพร่างกายอ่อนแอ และอาจถึงขั้นเป็นโลหิตจางได้

14 ตับไม่ได้เหมาะสำหรับสัตว์โดยเฉพาะแมว

ตับ ผู้คนส่วนใหญ่มักคิดว่าให้สัตว์เลี้ยงกินตับจะทำให้น้องอ้วนน่ารัก ซึ่งถ้าพูดในเรื่องของสุขภาพละก็นะ ตับเป็นอันตรายมาก การให้น้องกินตับบ่อยๆจะส่งผลต่อการซึบซับวิตามินเอในร่างกายของน้องแมว ซึ่งจะทำให้น้องแมวเป็นโรคกระดูกเปราะ และยังก่อให้เกิดความผิดปกติในการเจริญเติบโตของน้องแมวอีกด้วย

15 แป้งเป็นอันตรายกับแมว!!

แป้งยิสต์ น้องแมวบางตัวชอบกินขนมปัง ทาสหลายคนก็ไม่รู้ ก็ให้น้องกิน ความจริงขนมปังนี้เป็นตัวอันตรายเลยสำหรับแมวเลย เพราะเมื่อน้องแมวกินเข้าจะผลิตก๊าซในกระเพาะอาหาร เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในและหายใจติดขัดได้ ยิ่งเป็นยีสต์ที่หมักนานๆ จะผลิตสารแอลกอฮอล์ แมวกินเข้าไปจะทำให้โดนพิษของแอลกอฮอล์ เป็นอันตรายถึงขั้นอาจตายเลยนะ

16 ไม่อยากให้แมวเป็นโรคไต ควรรู้

ของทอด ของปิ้งทั้งหลาย อาหารเหล่านี้จะทำให้น้องแมวของคุณเป็นโรคไตได้ เพราะเครื่องปรุงรสต่างๆในอาหารเป็นพิษต่อน้องแมว น้องแมวไม่มีต่อมเหงื่อเหมือนเรา กินเข้าไปจะทำให้ตับไตของน้องทำงานหนักกว่าเราหลายเท่า ฉะนั้นห้ามเลย!!!!

17 น้ำประปาแมวกินไม่ได้อย่างที่คิด

น้ำไม่สะอาด ทาสหลายคนอาจหลงลืมเรื่องน้ำดื่มสำหรับน้องแมวไป คิดว่าน้องแมวนั้นดื่มน้ำอะไรก็ได้ ความจริงแล้วน้ำดื่มของน้องแมวมีความสำคัญมากนะ น้ำที่ให้น้องควรเปลี่่ยนทุกวัน และไม่ควรเป็นน้ำประปา เพราะในน้ำประปามีคลอรีน ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพของน้อง หากใครที่ลืมบ่อยๆ เราแนะนำเครื่องกรองน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้นะ ให้คิดซะว่าคนยังกินน้ำประปาไม่ได้ น้องแมวก็กินไม่ได้เหมือนกันจ้า

Comment

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Share

โพสที่เกี่ยวข้อง